เก็บตกทริปโชว์ห่วย ณ ลาวประเทศ * ตอนที่ 3 * (จบ)
posted on 30 Jan 2009 22:37 by before31
อ่ะๆ เอนทรี่สุดท้าย เอาให้จบ *-*
2 ม.ค. 2552
วันนี้เราจะเที่ยวกันเอง 4 คน เพราะโทโมะเริ่มรำคาญ....ไม่ใช่! - - เค้าอยากจะไปทัวร์ลองสปาลาวกับอากิ ก็เลยโอเค นัดแนะกันว่าต่างคนต่างเที่ยวแล้วค่อยมาดินเนอร์ด้วยกัน วันนี้เราจะไปปั่นจักรยานทัวร์รอบเมืองกัน ว่าแล้วก็กางแผนที่ -0-
เอาจริงๆ เมืองเค้าเล็กมาก แล้วถนนก็ดูง่าย ไม่ซับซ้อนเหมือนบ้านเรา ขี่จักรยานแปบเดียวก็รอบเมืองแล้ว บรรยากาศดีมาก อากาศก็ดี ปั่นกันจนถึงบ่ายๆก็แวะหามื้อกลางวันกินกันที่ร้าน "กาแฟลาว" เค้าว่าเฝอลาวกับกาแฟของที่นี่อร่อย...ก็เลยไปลองกัน

รสชาติและหน้าตาก็คือๆกัน กับ ก๋วยเี๋ตี๋ยวต้มยำบ้านเราเลย - - แต่กาแฟอร่อยจริง...พออิ่มแล้ว พวกหนุ่มๆ บอกว่าจะไปเที่ยวชมศูนย์หัตถกรรมที่อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างออกไปจากตัวเมือง....แต่สาวๆดูจากแผนที่แล้ว...."ปั่นกันน่องบวมแน่ๆ เอ็ง - -" สาวๆเลยขอตัวไปเดทกันเอง 2 ต่อ 2 ในตัวเมืองแทน ว่าแล้วเพื่อน ต. ก็ชวนข้าพเจ้าไปลองสปาลาวบ้าง -0-* แต่พอไปถึงร้านปรากฏว่าคิวเต็ม -..- ก็เลยจองไว้อีกทีตอน 3 ทุ่มแล้วก็ไปเดทตามเก็บวัดที่ยังไม่เคยไปดูกันยันเย็น...(อย่างที่บอกว่า วัดไทยงามกว่าอ่ะ - -)
ตกเย็น เมื่อถึงเวลานัดก็มารวมกันที่ล๊อบบี้โรงแรม พวกหนุ่มๆบ่นเป็นหมีกินผึ้งว่า "ไกลแสด! - -"
เมื่อครบองก็ถามพวกโทโมะว่าอยากกินอาหารลาวหรืออาหารเวียดนาม ? โทโมะบอกว่าเมื่อวานกินลาวไปแล้ว วันนี้ลองเวียดนามละกัน...อ่ะๆก็นั่งรถกันไปร้านที่เจ้าของโรงแรมแนะนำมาบอก ว่า ที่นี่แหละ อาหารเวียดนามแท้ๆเลย....เราก็.....จริงเหรอวะ อาหารเวียดนามในลาวเนี่ยนะ? - -
ไปถึงร้าน....สภาพร้าน..............เงียบมาก ! ทุกคนเริ่มไม่แน่ใจ เอะ นี่มันเจ๊งแล้วเหรอ - -* พอเดินเข้าไปในร้านก็มีลุงคนนึงนั่งกินอยู่ อ่อ โอเคๆ ไม่เจ๊ง -.-* จัดแจงลากเก้าอี้มานั่งกันเรียบร้อย ป้าเจ้าของร้านก็เอาเมนูมาให้ดู ...................................................
ภาษาอะไรฟะ เนี่ย? - - คือ...ในเมนูมี 3 บรรทัด
บรรทัดบนสุดเขียนอักษรลาวเป็นชื่อเมนู...(ซึ่ง เป็นภาษาเวียดนาม งงไหม)
บรรทัดที่ 2 เป็นคาราโอเกะภาษาอังกิดไอ่ด้านบน - -
บรรทัดที่ 3 เป็นอักษรลาวอธิบายเมนู..............
..............ละ ฉานจะรู้เรื่องไม๊ว่าไอ่นี่มันเรียกว่าอะไร???! ไม่มีซัพอังกิดมั่งเลยเหรอ T_T ก็เลยสิ้นหวังกับเมนู หันไปเรียกป้าแทน แล้วถามไปว่า มีเมนูแนะนำไหมคะ(เป็นภาษาไทย)................
ป้าแกดู ท่าจะไม่เก็ท....ก็เลยใส่ซัพอังกฤษไปเพิ่ม.....
ป้าแกก็ ยังไม่เก็ทอีก......-*- เลยบอกโทโมะลองซัดญี่ปุ่นไปซิ เผื่อแกจะรู้เรื่อง -...-
ทันใดนั้น ป้าก็สปีคเวียดนามเป็นชุดใส่พวกเรา......ป๊าดดดด เชื่อแล้วว่าอาหารเวียดนามแ้ท้ๆ -*-
พวกเราเกิดอาการติด Stun ไปทันที - - เอ่อ..อ่า...วันนี้จะได้กินไม๊? คุยกันคนละภาษา ละดูเหมือนป้าแกจะพูดลาวไม่ได้ด้วย (เพราะถ้าพูดลาวได้ จะฟังไทยออก มันคล้ายๆกัน) แล้วก็เหมือนฟ้ามาโปรด...ลุงโต๊ะข้างๆเดินมา สปีคเวียดนามใส่ป้าแก แล้วก็หันมาถามพวกเราว่า จะสั่งอะไรบ้างเด๋วสั่งให้ ก็เลยรอดตายได้สั่งกันไป...พอสั่งเสร็จก็หันไปขอบคุณคุณลุง แล้วก็ถามไถ่ เลยได้รู้ว่า ลุงแกเป็นคนไทยแหละ แต่แกไปเวียดนามบ่อย ก็เลยพอรู้ภาษาเวียดนามบ้าง
พอป้าแกเข้าครัวไป....พวก เรากับโทโมะหันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"Even the last supper...HAHAHA!!!!"
คือประมาณว่าทริปนี้ อาหารค่ำมื้อสุดท้ายก่อนออกจากหลวงพระบาง ยังไม่วายเจอเรื่องเพี้ยนๆอีก -..-* (เอากะพวกเอ็งสิ)
แต่อาหารแกอร่อยจริงนะ - - ละร้านทั้งร้านก็มีพวกเรากับลุงโต๊ะข้างๆ นั่งกันอยู่ 2 โต๊ะ คนเสิร์ฟก็ดูเหมือนจะเป็นลูกสาวป้าแก บรรยากาศเหมือนนั่งกินข้าวที่บ้านมากๆ -.-* โทโมะก็เล่นมุขไม่เลิก "Ok, make yourself at home and wait our mom for the food HAHAHA!!" -..-*
ระหว่างมื้ออาหาร หนุ่มๆมีคำถามที่อยากจะถามโทโมะที่เป็นคนญี่ปุ่นที่ซู้ดดดด จะเป็นอื่นใดไม่ได้นอกจาก...
"Tomo, do you know Sora Aoi?" -*- ....
ยาวเลย ยาวววววว..เม้าท์กัน 3 คน ซักพักโทโมะก็ถามว่าคุยเรื่องพวกนี้ต่อหน้าผู้หญิงได้รึ ก็เลยบอกไปว่า อ๋อ พวกนี้มานไม่มองว่าพวกเราเป็นผู้หญิงหรอก -.-* แล้วเค้าก็หัวเราะ ตบท้ายว่า ถ้าเป็นที่บ้านเค้านะ พูดเรื่องพวกนี้ต่อหน้าสุภาพสตรีไม่ได้เลย เพราะเค้าถือว่าเป็นการดูถูกเพศแม่น่ะ (หนุ่มๆจำเอาไว้นะ -0-)
หลังจากอิ่มกันแล้ว ก็ได้เวลาที่เรากับเพื่อน ต. ไปสปาที่บุ๊คเอาไว้เมื่อบ่าย หนุ่มๆกับพวกโทโมะเลยจะไปลองผับท้องถิ่นแบบลาวๆกันดู ก็เลยแยกย้ายกัน แล้วตกลงว่าจะมารับที่สปาตอน 5 ทุ่ม
คอร์สที่ลองของคือ สปาทั้งตัวแบบนวดน้ำมัน....ดีกว่าของไทยรึเปล่าไม่รู้ เพราะไม่เคยไปสปาไทย - - แต่ก็โอเค ไม่เจ็บ...สบายดี...แอบเขินเล็กน้อยเพราะแก้ผ้า - - แต่คนนวดเึค้าก็ดี เอาผ้าปิดไว้ให้ตลอด แล้วก็นวดแบบไม่เข้าใกล้จุดหวาดเสียว (ล่อแหลมไปมะ -0-*) แต่เพื่อน ต. เล่าให้ฟังว่า ฉานใส่กกน.เข้าไปตัวนึง....เค้าก็เลยนวดแบบไม่เกรงใจจุดหวาดเสียวเลย สาวได้สาวแหลก -..- (ล่อแหลมอีก 55+)
เสร็จจากสปา หนุ่มๆก็มารับพอดี เพื่อน ว. เรายังคึกจากผับลาวไม่เลิก...ก็เลยชวนไปนั่งจิบชา(?)ที่บาร์แถวๆที่พักต่อ ไปถึงร้านจะปิดอยู่แล้ว แต่ใจรัก - - บอกบริกรไปว่าขอแค่ 15 นาทีก็ได้ จัดแจงหาที่นั่งกันแล้วสั่งน้ำชา....เอ่อ...เบียร์น่ะ มากินกัน - -....โทโมะบอกว่า มาทริปนี้ ถึงจะลำบากและอะไรๆไม่สะดวกสบาย แต่เค้าก็สนุกเพราะได้เจอกับพวกเรา (โห ซึ้งซะ) หลังจากที่บาร์ปิด เพื่อน ว. เราดูท่าจะติดโทโมะเอามากๆ ไม่ยอมกลับท่าเดียว -..- โทโมะหัวเราะแล้วบอกว่านี่ไม่ใช่วันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันซะหน่อย...เค้า ก็เลยตกลงว่าพรุ่งนี้เค้าจะตื่นมาส่งพวกเราตอน 7 โมงเช้า เพื่อน ว. ถึงยอมกลับไปนอน -.-*
กลับไปก็ไม่ได้ นอนหรอก...นั่งเม้าท์เรื่องสัพเพเหระกันยันตี 4 -..-*
3 ม.ค. 2552
ตื่นลงมา 7 โมง โทโมะก็มาหาพวกเราจริงๆ นั่งกินอาหารเช้าไปก็คุยกันไป (เพิ่งจะมาชิวกันวันสุดท้ายเนอะ -..-) กินเสร็จก็ขอให้คนดูแลโรงแรมช่วยถ่ายรูปหมู่ให้ โทโมะก็ไปแอบหยิบไอ่สายรุ้งที่เค้าพันต้นไม้ไว้มาพันคอให้เพื่อน ว. เราซะงั้น -..-
ขนของออกมาวางริม ถนนเตรียมโบกรถไปท่ารถ อากิก็ยื่นถุงให้ถุงนึง โทโมะบอกว่า เค้าดีใจมากที่ได้มาที่นี่และได้เจอพวกเราที่นี่ แล้วต้องหาโอกาสไปเที่ยวโตเกียวให้ได้นะ เค้าจะรอ เค้าไม่มีอะไรจะให้เป็นพิเศษ นี่เป็นถุงยังชีพ...เอาไปกินกันตายระหว่างทางนะเอ็ง - -* ล้อเล่น ละเค้าก็ยื่นถุงให้ พวกเราก็ขอบคุณแล้วรีบขึ้นรถกัน (เพราะเกรงจะตกรถทัวร์) เค้ายืนโบกมือให้พวกเราจนลับสายตาเลย...(ซึ้ง T__T)
ในถุงที่เค้าให้มา มีพวกขนมถุง แครกเกอร์ แล้วก็น้ำดื่ม (ยังชีพจริงๆ - -*)
จากนั้นเราก็นั่ง รถหลังจากหลวงพระบางตอน 8 โมง มุ่งหน้าสู่วังเวียง...(คราวนี้เลือกรถแอร์ธรรมดาละ....เข็ด VIP -..-)
ระหว่างทางวิวสวยมากๆ เป็นหุบเขาสีเขียวเข้ม ตัดกับหมอกหนาตอนเช้า...
....แต่แม้วิวจะ สวยแค่ไหน เราก็มองได้แค่ 2 นาที...จากนั้นต้องรีบหลับตาแล้วรวบรวมลมปราณไว้....มิฉะนั้นธาตุไฟจะพุ่ง ออกทางปากเป็นแน่แท้ -..-* โชเฟอร์ขับรถได้แบบว่า.........โหดมาก ขนาดพวกเราว่าในชีิวตนี้ไม่เค้ย ไม่เคยเมารถนะ....แต่ที่นี่ยอมจริงๆ -..-* ก็เล่นทิ้งโค้งแบบไม่มีลดความเร็วเลย เมาก็เมา หัวใจจะวายตายอีกเวลาเจอรถสวนมา =_=" เรายังดีนั่งฝั่งที่รถไม่สวน...แต่เพื่อน ป. เราสิ นั่งอีกฝั่งริมหน้าต่าง...เวลารถสวนมาโชเฟอร์จะบีบแตรยาวๆ ประมาณว่า ....อย่านะเฟ้ย ตูเปรี้ยว...เฟี้ยวววววววววววว ..............................................
หลังรถ บรรทุกสวนผ่านไป...เพื่อน ป. หันหน้ามาแบบว่า..."ตูคิดว่าจะได้ไปเกิดใหม่ซะแร้ว T_T" แทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นของรถที่สวนมา เฮ้อ -..-*
รถถึงท่าวังเวียงราวๆ บ่าย 3 โมง ก็ลากกระเป๋าไปหาตุ๊กๆต่อไปที่พัก...แต่รับราคารถตุ๊กๆที่จอดในท่าไม่ไหว จริงๆ แพงมาก!! วิ่งแค่ 3 กิโล มันคิดคนละ 40 บาท -*- ด้วยความงกอีกตามเคย เลยเดินออกมาหาเอาด้านนอก ได้มาในราคาแค่ครึ่งเดียว -.-v
ไปถึงที่พักก็หายเหนื่อยทันที....วิวจากที่พักสวย มากกกกกกกกกกกกกกก เพราะจองเอาไว้(ไม่ผิดที่ละรอบนี้ - -) ก็เลยได้หลังติดริมแน่น้ำเลย บรรยากาศดีสุดๆ เย็นนั้นเลยหมดไปกับการถ่ายรูปหน้าบ้านพักนั่นแล -0-

ตกเย็นก็ออกไปหาข้าวกิน + หาโปรแกรมทัวร์สำหรับวันพรุ่งนี้....วังเวียงวิวสวยมาก ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงกับแม่น้ำ แต่พอตกดึกเดินเข้าไปในตลาด....มันคือถนนข้าวสารบ้านเราดีๆนี่เอง - - หัวทองทั้งนั้น ร้านทุกร้านเปิดซีี่รี่ย์อยู่เรื่องเดียว คือ friends -*- กับข้าวก็ทำเอาใจฝรั่งสุดๆ จืดสนิท - -
วันนี้เข้านอนกันเร็ว เพราะพรุ่งนี้ต้องไปลุยกันทั้งวัน *-*
4 ม.ค. 2552
ตื่นเกือบสาย แบบว่าหลับเนียน -..- ตาลีตาเหลือกกินอาหารเช้าแล้วเดินไปบริษัททัวร์ วันนี้โปรแกรมของเราคือ ไปเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์ตามโปรแกรม เนื่องจากขี้เกียจไปคลำทางเที่ยวเอง -..-*
ด้วยความที่ซื้อเป็นแพคเกจเอา ก็เลยรวมๆกันกับนักท่องเีที่ยวคนอื่นๆ ด้วย ราวๆ 10 กว่าคนได้....เราก็เป็นคนไทยแค่ 4 หน่อเหมือนเดิม -.- นอกนั้นอินเดียบ้าง หัวทองบ้าง แล้วก็เกาหลีอีก 3 คน
ลงจากรถ แบกของแล้วเดินไปดูถ้ำ รถ 1 คันเลยแยกเป็น 2 กรุ๊ป คือกรุ๊ปแม่บ๊านน แม่บ้าน..เดินดูถ้ำกับหมู่บ้านพื้นเมือง เที่ยวสวนดอกไม้ กับอีกกรุ๊ป คือ กรุ๊ปถึก! - - โดดหอ ลอยห่วงยาง พายเรือ...Ladies & Gentle men แบบพวกเราไม่ต้องบอกคงรู้ว่าเลือก....กรุ๊ปถึกแน่นอน -0-*
ระหว่างทางเดินไปถ้ำ เลือดเมคเฟรนด์พุ่งกระฉูดอีก...เม้าท์กะเค้าไปเรื่อย เลยได้รู้ว่าสมาชิกกรุ๊ปถึก ประกอบไปด้วย หนุ่มสวีเดนหัวเกรียน 1 หน่อ หนุ่ม(ไม่น้อย)เยอรมันกับหนุ่ม(ไม่น้อยพอกัน)รัสเซีย แล้วก็ 2 สาวกับอีก 1 หนุ่ม เกาหลี...อ้อ คุณไกด์ลาวอีก 1
เริ่มด้วยการลอย ห่วงยางเข้าไปชมถ้ำน้ำกัน พอถึงคิวกรุ๊ปพวกเรา เค้าก็ให้ไฟฉายส่องกบพร้อมแบตเตอรี่มา 2 คนต่อ 1 อัน สาวๆยื่นให้หนุ่มๆใส่...เพราะตูกัวไฟแบตเตอรี่ดูด -..- พร้อมแล้วก็หย่อนก้นลงห่วงยางทีละคน.........นาทีที่สัมผัสน้ำก็ร้องเจี๊ยก กันทุกคน น้ำ! เย็น! มากกก!! ถ้าต้องแช่ทั้งตัว ขึ้นมาคงหวัดกินโดยไม่ต้องสืบ.......ข้างในก็.....ไม่มีอะไรหรอก ถึงมีก็มองไม่ค่อยจะเห็น - -* (ละเข้าไปทำมาย) แต่ได้ฟีลมากตรงคุณไกด์ลาวร้องเพลงให้ฟังตอนพาเข้าไปในถ้ำพลังเสียงเซอลาว ววมาก -..-*
พอออกมาจากถ้ำก็สะบัดขนกันให้ตัวแห้ง..ไม่ใช่! - - เอาผ้าเช็ดตัวเช็ดสิ แล้วก็เดินกลับไปที่รถเพื่อไปลงต้นน้ำสำหรับพายเรือ -0-/
ลงจากรถ ไกด์แบกเรือคายักพร้อมไม้พายแจกทุกคน เรือเป็นแบบนั่งคู่ เราหันไปแตะไหล่เพื่อน ป. แล้วบอกว่า
"เรามาพายเรืออย่างสงบกันเถอะ - -"
ปล่อยให้เพื่อน ต. กับ เพื่อน ว. จอมพลังเค้าไปกัน 2 คน พร้อมแล้วก็ลงเรือแล้วจ้ำๆ...
แม่น้ำที่นี่ตื้น มากๆ แค่เข่าเท่านั้นเอง แต่น้ำไหลแรงพอตัว ดังนั้นเหตุการณ์เรือเกยหิน หรือพุ่งเข้าไปในพุ่มไม้จึงเป็นเรื่องปกติมากๆ......สำหรับเรือของเพื่อน ต. กับเพื่อน ว. (เท่านั้น - -)
**แอบเผา** 2 คนนี้เค้าพายเรือแบบเก็บแต้ม...คือตรงไหนมีโขดหิน มีสันดอน หรือ พุ่มไ้ม้ ตอไม้....พี่แกเก็บหมด!! เก็บหมดทุกแต้ม!! - -* ถ้าเป็นมาริโอ้คงป๊อกไปหลายชีวิตละ 555+
พายไปเกือบปลายน้ำ ก็เริ่มเห็นหอโดด คุณไกด์ลาวก็พาขึ้นฝั่งที่หอโดดที่นึง มีหอโดดกับสไลเดอร์พื้นบ้านให้เล่นกัน...ฝรั่งเยอะมาก!! แล้วก็เปิดเพลงแด๊นซ์ราวกับอยู่ในผับก็ไม่ปาน ไม่เหลือฟีลเงียบสงบแบบตะกี้เลย - - กรุ๊ปพวกเราไม่มีใครเล่นเลยซักคน(ไม่รู้ว่าไม่กล้า หรือว่าไม่ชอบเสียงดังกันแน่ -.-) หนุ่มๆก็ยืนเล็งสาวในชุดบิกินี่...ส่วนสาวๆ...ก็เล็งหนุ่มมั่งเด่ะ! เตะตากรรมการ 1 คน น่ารักดี แต่เพื่อน ต. บอกว่า ใส่กางเกงต่ำไปหน่อย (ให้ดูหน้า แกดูอาไรเนี่ย -..-)
ทุก คนในกรุ๊ปก็เลยนั่งดูชาวบ้านเค้าเล่นกันไป...กระดกเบียร์ไป เมคเฟรนด์กันเนียน - -*
เบียร์หมดกันแล้วก็ไปพายเรือกันต่อ กว่าจะถึงปลายทางก็เกือบๆ 6 โมงแล้ว....เล่นเอา 3 หน่อหมดแรง -..- มีเพื่อน ต. คนเดียวที่เพิ่งสร่างไข้ยังคึกไม่เลิก เลยหันไปชวนสมาชิกทัวร์ทุกคนไปดินเนอร์ด้วยกัน -..-* หลังจากนัดแนะเวลากันเรียบร้อยก็แยกย้ายไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด
นัดกันหน้าบริษัททัวร์ พอครบองก็เดินไปหาร้านอาหารนั่งกัน ส่วนใหญ่ทุกร้านจะเป็นฟิวชั่นฟู๊ดหมด คือ มีอาหารทุกเชื้อชาติ แต่พวกเราเห็นว่า ไหนๆก็มาลาวกันแล้ว...เลยชวนให้สั่งอาหารลาวมากินกัน เค้าก็โอเคๆ....แต่พอสั่งมาแล้ว.......
หนุ่มสวีเดนกิน เผ็ดไม่ได้เลย....แม้แต่นิดเดียว -..- (น่าสงสาร)
ส่วน 2 สาวเกาหลีไม่กินทุกอย่างที่มีผักชีกับต้นหอมอยุ่ในจาน (เค้าบอกว่ามันเหม็น -..-*)
มีหนุ่มเยอรมันนี่แหละ ดีหน่อย ฟาดได้ทุกอย่าง -0-*
สรุป มื้อนี้เลยเหมือนหลอกเพื่อนบ้านมาแชร์ค่ากับข้าวยังไงยังงั้นเลย 555+ (เลว)
กินกันเสร็จก็แลกนามบัตรกันเรียบร้อย....แยกย้าย กันกลับที่พักไป เหนื่อยมาก หมดแรงสุดๆ -..-
หัวถึงหมอน หลับเป็นตาย......พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าเตรียมตัว........กลับบ้าน ~~~!
5 ม.ค. 2552
วันนี้สั้นหน่อย เพราะเวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการเดินทางซะมากกว่า...
ต้อง ตื่นตั้งกะตี 5 มาอาบน้ำ เก็บข้าวของ Check out ออกจากที่พักเพราะต้องไปขึ้นรถให้ทันรอบ 6 โมง.....
กว่าจะถึงเวียงจันท์ก็เกือบบ่าย ลงจากรถแล้วก็ต้องหาแท๊กซี่ไปลงที่จุดผ่านแดนเข้าไทยต่อ ...
ระหว่างที่รอตรวจพาสปอตก็เหลือบไปเห็นวัตถุประหลาด ที่ไม่น่าจะมีในลาวได้ (ขนาดนั้น - -*) มันก็คือ......................


GOD!!! Lamborghini ทะเบียนลาววว!!? ใครบอกว่าเศรษฐกิจเค้าแย่เนี่ยยยย ไม่จริ๊งงง มานรวยกว่าพวกช้านอีกกกกกกกกก ดูรถมานเส่ะะะะะ -..-
อ่ะ ไฟลุกท่วมดวงตา....เรียบร้อยผ่านมาก็ขึ้นรถไปลงสนามบินอุดรฯต่อ ระหว่างทางขอเค้าแวะซัดแหนมเนืองที่ร้านดังประจำจังหวัดซะหน่อย.....แต่หลัง จากลองแล้ว ทุกคนลงความเห็นว่า "ที่ลาวอร่อยกว่าอีก - -"
มาถึงสนามบินก่อนเวลาเล็กน้อย...รอซักพักก็ขึ้น เครื่องกับมากรุงเทพฯ มาถึงที่สุวรรณภูมิตอนค่ำๆโดยสวัสดิภาพพพพ.... เย้!
-Fin-
ปล. จบแล้วงับ...ยาวซะ - - เป็นทริปที่ได้ประสบการณ์เด็ดๆเพียบเลย สมาชิกในแก๊งเลยขนานนามให้ทริปนี้ว่า "ทริปฮานามิ" - -
2 ม.ค. 2552
วันนี้เราจะเที่ยวกันเอง 4 คน เพราะโทโมะเริ่มรำคาญ....ไม่ใช่! - - เค้าอยากจะไปทัวร์ลองสปาลาวกับอากิ ก็เลยโอเค นัดแนะกันว่าต่างคนต่างเที่ยวแล้วค่อยมาดินเนอร์ด้วยกัน วันนี้เราจะไปปั่นจักรยานทัวร์รอบเมืองกัน ว่าแล้วก็กางแผนที่ -0-
เอาจริงๆ เมืองเค้าเล็กมาก แล้วถนนก็ดูง่าย ไม่ซับซ้อนเหมือนบ้านเรา ขี่จักรยานแปบเดียวก็รอบเมืองแล้ว บรรยากาศดีมาก อากาศก็ดี ปั่นกันจนถึงบ่ายๆก็แวะหามื้อกลางวันกินกันที่ร้าน "กาแฟลาว" เค้าว่าเฝอลาวกับกาแฟของที่นี่อร่อย...ก็เลยไปลองกัน

รสชาติและหน้าตาก็คือๆกัน กับ ก๋วยเี๋ตี๋ยวต้มยำบ้านเราเลย - - แต่กาแฟอร่อยจริง...พออิ่มแล้ว พวกหนุ่มๆ บอกว่าจะไปเที่ยวชมศูนย์หัตถกรรมที่อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างออกไปจากตัวเมือง....แต่สาวๆดูจากแผนที่แล้ว...."ปั่นกันน่องบวมแน่ๆ เอ็ง - -" สาวๆเลยขอตัวไปเดทกันเอง 2 ต่อ 2 ในตัวเมืองแทน ว่าแล้วเพื่อน ต. ก็ชวนข้าพเจ้าไปลองสปาลาวบ้าง -0-* แต่พอไปถึงร้านปรากฏว่าคิวเต็ม -..- ก็เลยจองไว้อีกทีตอน 3 ทุ่มแล้วก็ไปเดทตามเก็บวัดที่ยังไม่เคยไปดูกันยันเย็น...(อย่างที่บอกว่า วัดไทยงามกว่าอ่ะ - -)
ตกเย็น เมื่อถึงเวลานัดก็มารวมกันที่ล๊อบบี้โรงแรม พวกหนุ่มๆบ่นเป็นหมีกินผึ้งว่า "ไกลแสด! - -"
เมื่อครบองก็ถามพวกโทโมะว่าอยากกินอาหารลาวหรืออาหารเวียดนาม ? โทโมะบอกว่าเมื่อวานกินลาวไปแล้ว วันนี้ลองเวียดนามละกัน...อ่ะๆก็นั่งรถกันไปร้านที่เจ้าของโรงแรมแนะนำมาบอก ว่า ที่นี่แหละ อาหารเวียดนามแท้ๆเลย....เราก็.....จริงเหรอวะ อาหารเวียดนามในลาวเนี่ยนะ? - -
ไปถึงร้าน....สภาพร้าน..............เงียบมาก ! ทุกคนเริ่มไม่แน่ใจ เอะ นี่มันเจ๊งแล้วเหรอ - -* พอเดินเข้าไปในร้านก็มีลุงคนนึงนั่งกินอยู่ อ่อ โอเคๆ ไม่เจ๊ง -.-* จัดแจงลากเก้าอี้มานั่งกันเรียบร้อย ป้าเจ้าของร้านก็เอาเมนูมาให้ดู ...................................................
ภาษาอะไรฟะ เนี่ย? - - คือ...ในเมนูมี 3 บรรทัด
บรรทัดบนสุดเขียนอักษรลาวเป็นชื่อเมนู...(ซึ่ง เป็นภาษาเวียดนาม งงไหม)
บรรทัดที่ 2 เป็นคาราโอเกะภาษาอังกิดไอ่ด้านบน - -
บรรทัดที่ 3 เป็นอักษรลาวอธิบายเมนู..............
..............ละ ฉานจะรู้เรื่องไม๊ว่าไอ่นี่มันเรียกว่าอะไร???! ไม่มีซัพอังกิดมั่งเลยเหรอ T_T ก็เลยสิ้นหวังกับเมนู หันไปเรียกป้าแทน แล้วถามไปว่า มีเมนูแนะนำไหมคะ(เป็นภาษาไทย)................
ป้าแกดู ท่าจะไม่เก็ท....ก็เลยใส่ซัพอังกฤษไปเพิ่ม.....
ป้าแกก็ ยังไม่เก็ทอีก......-*- เลยบอกโทโมะลองซัดญี่ปุ่นไปซิ เผื่อแกจะรู้เรื่อง -...-
ทันใดนั้น ป้าก็สปีคเวียดนามเป็นชุดใส่พวกเรา......ป๊าดดดด เชื่อแล้วว่าอาหารเวียดนามแ้ท้ๆ -*-
พวกเราเกิดอาการติด Stun ไปทันที - - เอ่อ..อ่า...วันนี้จะได้กินไม๊? คุยกันคนละภาษา ละดูเหมือนป้าแกจะพูดลาวไม่ได้ด้วย (เพราะถ้าพูดลาวได้ จะฟังไทยออก มันคล้ายๆกัน) แล้วก็เหมือนฟ้ามาโปรด...ลุงโต๊ะข้างๆเดินมา สปีคเวียดนามใส่ป้าแก แล้วก็หันมาถามพวกเราว่า จะสั่งอะไรบ้างเด๋วสั่งให้ ก็เลยรอดตายได้สั่งกันไป...พอสั่งเสร็จก็หันไปขอบคุณคุณลุง แล้วก็ถามไถ่ เลยได้รู้ว่า ลุงแกเป็นคนไทยแหละ แต่แกไปเวียดนามบ่อย ก็เลยพอรู้ภาษาเวียดนามบ้าง
พอป้าแกเข้าครัวไป....พวก เรากับโทโมะหันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"Even the last supper...HAHAHA!!!!"
คือประมาณว่าทริปนี้ อาหารค่ำมื้อสุดท้ายก่อนออกจากหลวงพระบาง ยังไม่วายเจอเรื่องเพี้ยนๆอีก -..-* (เอากะพวกเอ็งสิ)
แต่อาหารแกอร่อยจริงนะ - - ละร้านทั้งร้านก็มีพวกเรากับลุงโต๊ะข้างๆ นั่งกันอยู่ 2 โต๊ะ คนเสิร์ฟก็ดูเหมือนจะเป็นลูกสาวป้าแก บรรยากาศเหมือนนั่งกินข้าวที่บ้านมากๆ -.-* โทโมะก็เล่นมุขไม่เลิก "Ok, make yourself at home and wait our mom for the food HAHAHA!!" -..-*
ระหว่างมื้ออาหาร หนุ่มๆมีคำถามที่อยากจะถามโทโมะที่เป็นคนญี่ปุ่นที่ซู้ดดดด จะเป็นอื่นใดไม่ได้นอกจาก...
"Tomo, do you know Sora Aoi?" -*- ....
ยาวเลย ยาวววววว..เม้าท์กัน 3 คน ซักพักโทโมะก็ถามว่าคุยเรื่องพวกนี้ต่อหน้าผู้หญิงได้รึ ก็เลยบอกไปว่า อ๋อ พวกนี้มานไม่มองว่าพวกเราเป็นผู้หญิงหรอก -.-* แล้วเค้าก็หัวเราะ ตบท้ายว่า ถ้าเป็นที่บ้านเค้านะ พูดเรื่องพวกนี้ต่อหน้าสุภาพสตรีไม่ได้เลย เพราะเค้าถือว่าเป็นการดูถูกเพศแม่น่ะ (หนุ่มๆจำเอาไว้นะ -0-)
หลังจากอิ่มกันแล้ว ก็ได้เวลาที่เรากับเพื่อน ต. ไปสปาที่บุ๊คเอาไว้เมื่อบ่าย หนุ่มๆกับพวกโทโมะเลยจะไปลองผับท้องถิ่นแบบลาวๆกันดู ก็เลยแยกย้ายกัน แล้วตกลงว่าจะมารับที่สปาตอน 5 ทุ่ม
คอร์สที่ลองของคือ สปาทั้งตัวแบบนวดน้ำมัน....ดีกว่าของไทยรึเปล่าไม่รู้ เพราะไม่เคยไปสปาไทย - - แต่ก็โอเค ไม่เจ็บ...สบายดี...แอบเขินเล็กน้อยเพราะแก้ผ้า - - แต่คนนวดเึค้าก็ดี เอาผ้าปิดไว้ให้ตลอด แล้วก็นวดแบบไม่เข้าใกล้จุดหวาดเสียว (ล่อแหลมไปมะ -0-*) แต่เพื่อน ต. เล่าให้ฟังว่า ฉานใส่กกน.เข้าไปตัวนึง....เค้าก็เลยนวดแบบไม่เกรงใจจุดหวาดเสียวเลย สาวได้สาวแหลก -..- (ล่อแหลมอีก 55+)
เสร็จจากสปา หนุ่มๆก็มารับพอดี เพื่อน ว. เรายังคึกจากผับลาวไม่เลิก...ก็เลยชวนไปนั่งจิบชา(?)ที่บาร์แถวๆที่พักต่อ ไปถึงร้านจะปิดอยู่แล้ว แต่ใจรัก - - บอกบริกรไปว่าขอแค่ 15 นาทีก็ได้ จัดแจงหาที่นั่งกันแล้วสั่งน้ำชา....เอ่อ...เบียร์น่ะ มากินกัน - -....โทโมะบอกว่า มาทริปนี้ ถึงจะลำบากและอะไรๆไม่สะดวกสบาย แต่เค้าก็สนุกเพราะได้เจอกับพวกเรา (โห ซึ้งซะ) หลังจากที่บาร์ปิด เพื่อน ว. เราดูท่าจะติดโทโมะเอามากๆ ไม่ยอมกลับท่าเดียว -..- โทโมะหัวเราะแล้วบอกว่านี่ไม่ใช่วันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันซะหน่อย...เค้า ก็เลยตกลงว่าพรุ่งนี้เค้าจะตื่นมาส่งพวกเราตอน 7 โมงเช้า เพื่อน ว. ถึงยอมกลับไปนอน -.-*
กลับไปก็ไม่ได้ นอนหรอก...นั่งเม้าท์เรื่องสัพเพเหระกันยันตี 4 -..-*
3 ม.ค. 2552
ตื่นลงมา 7 โมง โทโมะก็มาหาพวกเราจริงๆ นั่งกินอาหารเช้าไปก็คุยกันไป (เพิ่งจะมาชิวกันวันสุดท้ายเนอะ -..-) กินเสร็จก็ขอให้คนดูแลโรงแรมช่วยถ่ายรูปหมู่ให้ โทโมะก็ไปแอบหยิบไอ่สายรุ้งที่เค้าพันต้นไม้ไว้มาพันคอให้เพื่อน ว. เราซะงั้น -..-
ขนของออกมาวางริม ถนนเตรียมโบกรถไปท่ารถ อากิก็ยื่นถุงให้ถุงนึง โทโมะบอกว่า เค้าดีใจมากที่ได้มาที่นี่และได้เจอพวกเราที่นี่ แล้วต้องหาโอกาสไปเที่ยวโตเกียวให้ได้นะ เค้าจะรอ เค้าไม่มีอะไรจะให้เป็นพิเศษ นี่เป็นถุงยังชีพ...เอาไปกินกันตายระหว่างทางนะเอ็ง - -* ล้อเล่น ละเค้าก็ยื่นถุงให้ พวกเราก็ขอบคุณแล้วรีบขึ้นรถกัน (เพราะเกรงจะตกรถทัวร์) เค้ายืนโบกมือให้พวกเราจนลับสายตาเลย...(ซึ้ง T__T)
ในถุงที่เค้าให้มา มีพวกขนมถุง แครกเกอร์ แล้วก็น้ำดื่ม (ยังชีพจริงๆ - -*)
จากนั้นเราก็นั่ง รถหลังจากหลวงพระบางตอน 8 โมง มุ่งหน้าสู่วังเวียง...(คราวนี้เลือกรถแอร์ธรรมดาละ....เข็ด VIP -..-)
ระหว่างทางวิวสวยมากๆ เป็นหุบเขาสีเขียวเข้ม ตัดกับหมอกหนาตอนเช้า...
....แต่แม้วิวจะ สวยแค่ไหน เราก็มองได้แค่ 2 นาที...จากนั้นต้องรีบหลับตาแล้วรวบรวมลมปราณไว้....มิฉะนั้นธาตุไฟจะพุ่ง ออกทางปากเป็นแน่แท้ -..-* โชเฟอร์ขับรถได้แบบว่า.........โหดมาก ขนาดพวกเราว่าในชีิวตนี้ไม่เค้ย ไม่เคยเมารถนะ....แต่ที่นี่ยอมจริงๆ -..-* ก็เล่นทิ้งโค้งแบบไม่มีลดความเร็วเลย เมาก็เมา หัวใจจะวายตายอีกเวลาเจอรถสวนมา =_=" เรายังดีนั่งฝั่งที่รถไม่สวน...แต่เพื่อน ป. เราสิ นั่งอีกฝั่งริมหน้าต่าง...เวลารถสวนมาโชเฟอร์จะบีบแตรยาวๆ ประมาณว่า ....อย่านะเฟ้ย ตูเปรี้ยว...เฟี้ยวววววววววววว ..............................................
หลังรถ บรรทุกสวนผ่านไป...เพื่อน ป. หันหน้ามาแบบว่า..."ตูคิดว่าจะได้ไปเกิดใหม่ซะแร้ว T_T" แทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นของรถที่สวนมา เฮ้อ -..-*
รถถึงท่าวังเวียงราวๆ บ่าย 3 โมง ก็ลากกระเป๋าไปหาตุ๊กๆต่อไปที่พัก...แต่รับราคารถตุ๊กๆที่จอดในท่าไม่ไหว จริงๆ แพงมาก!! วิ่งแค่ 3 กิโล มันคิดคนละ 40 บาท -*- ด้วยความงกอีกตามเคย เลยเดินออกมาหาเอาด้านนอก ได้มาในราคาแค่ครึ่งเดียว -.-v
ไปถึงที่พักก็หายเหนื่อยทันที....วิวจากที่พักสวย มากกกกกกกกกกกกกกก เพราะจองเอาไว้(ไม่ผิดที่ละรอบนี้ - -) ก็เลยได้หลังติดริมแน่น้ำเลย บรรยากาศดีสุดๆ เย็นนั้นเลยหมดไปกับการถ่ายรูปหน้าบ้านพักนั่นแล -0-

วันนี้เข้านอนกันเร็ว เพราะพรุ่งนี้ต้องไปลุยกันทั้งวัน *-*
4 ม.ค. 2552
ตื่นเกือบสาย แบบว่าหลับเนียน -..- ตาลีตาเหลือกกินอาหารเช้าแล้วเดินไปบริษัททัวร์ วันนี้โปรแกรมของเราคือ ไปเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์ตามโปรแกรม เนื่องจากขี้เกียจไปคลำทางเที่ยวเอง -..-*
ด้วยความที่ซื้อเป็นแพคเกจเอา ก็เลยรวมๆกันกับนักท่องเีที่ยวคนอื่นๆ ด้วย ราวๆ 10 กว่าคนได้....เราก็เป็นคนไทยแค่ 4 หน่อเหมือนเดิม -.- นอกนั้นอินเดียบ้าง หัวทองบ้าง แล้วก็เกาหลีอีก 3 คน
ลงจากรถ แบกของแล้วเดินไปดูถ้ำ รถ 1 คันเลยแยกเป็น 2 กรุ๊ป คือกรุ๊ปแม่บ๊านน แม่บ้าน..เดินดูถ้ำกับหมู่บ้านพื้นเมือง เที่ยวสวนดอกไม้ กับอีกกรุ๊ป คือ กรุ๊ปถึก! - - โดดหอ ลอยห่วงยาง พายเรือ...Ladies & Gentle men แบบพวกเราไม่ต้องบอกคงรู้ว่าเลือก....กรุ๊ปถึกแน่นอน -0-*
ระหว่างทางเดินไปถ้ำ เลือดเมคเฟรนด์พุ่งกระฉูดอีก...เม้าท์กะเค้าไปเรื่อย เลยได้รู้ว่าสมาชิกกรุ๊ปถึก ประกอบไปด้วย หนุ่มสวีเดนหัวเกรียน 1 หน่อ หนุ่ม(ไม่น้อย)เยอรมันกับหนุ่ม(ไม่น้อยพอกัน)รัสเซีย แล้วก็ 2 สาวกับอีก 1 หนุ่ม เกาหลี...อ้อ คุณไกด์ลาวอีก 1
เริ่มด้วยการลอย ห่วงยางเข้าไปชมถ้ำน้ำกัน พอถึงคิวกรุ๊ปพวกเรา เค้าก็ให้ไฟฉายส่องกบพร้อมแบตเตอรี่มา 2 คนต่อ 1 อัน สาวๆยื่นให้หนุ่มๆใส่...เพราะตูกัวไฟแบตเตอรี่ดูด -..- พร้อมแล้วก็หย่อนก้นลงห่วงยางทีละคน.........นาทีที่สัมผัสน้ำก็ร้องเจี๊ยก กันทุกคน น้ำ! เย็น! มากกก!! ถ้าต้องแช่ทั้งตัว ขึ้นมาคงหวัดกินโดยไม่ต้องสืบ.......ข้างในก็.....ไม่มีอะไรหรอก ถึงมีก็มองไม่ค่อยจะเห็น - -* (ละเข้าไปทำมาย) แต่ได้ฟีลมากตรงคุณไกด์ลาวร้องเพลงให้ฟังตอนพาเข้าไปในถ้ำพลังเสียงเซอลาว ววมาก -..-*
พอออกมาจากถ้ำก็สะบัดขนกันให้ตัวแห้ง..ไม่ใช่! - - เอาผ้าเช็ดตัวเช็ดสิ แล้วก็เดินกลับไปที่รถเพื่อไปลงต้นน้ำสำหรับพายเรือ -0-/
ลงจากรถ ไกด์แบกเรือคายักพร้อมไม้พายแจกทุกคน เรือเป็นแบบนั่งคู่ เราหันไปแตะไหล่เพื่อน ป. แล้วบอกว่า
"เรามาพายเรืออย่างสงบกันเถอะ - -"
ปล่อยให้เพื่อน ต. กับ เพื่อน ว. จอมพลังเค้าไปกัน 2 คน พร้อมแล้วก็ลงเรือแล้วจ้ำๆ...
แม่น้ำที่นี่ตื้น มากๆ แค่เข่าเท่านั้นเอง แต่น้ำไหลแรงพอตัว ดังนั้นเหตุการณ์เรือเกยหิน หรือพุ่งเข้าไปในพุ่มไม้จึงเป็นเรื่องปกติมากๆ......สำหรับเรือของเพื่อน ต. กับเพื่อน ว. (เท่านั้น - -)
**แอบเผา** 2 คนนี้เค้าพายเรือแบบเก็บแต้ม...คือตรงไหนมีโขดหิน มีสันดอน หรือ พุ่มไ้ม้ ตอไม้....พี่แกเก็บหมด!! เก็บหมดทุกแต้ม!! - -* ถ้าเป็นมาริโอ้คงป๊อกไปหลายชีวิตละ 555+
พายไปเกือบปลายน้ำ ก็เริ่มเห็นหอโดด คุณไกด์ลาวก็พาขึ้นฝั่งที่หอโดดที่นึง มีหอโดดกับสไลเดอร์พื้นบ้านให้เล่นกัน...ฝรั่งเยอะมาก!! แล้วก็เปิดเพลงแด๊นซ์ราวกับอยู่ในผับก็ไม่ปาน ไม่เหลือฟีลเงียบสงบแบบตะกี้เลย - - กรุ๊ปพวกเราไม่มีใครเล่นเลยซักคน(ไม่รู้ว่าไม่กล้า หรือว่าไม่ชอบเสียงดังกันแน่ -.-) หนุ่มๆก็ยืนเล็งสาวในชุดบิกินี่...ส่วนสาวๆ...ก็เล็งหนุ่มมั่งเด่ะ! เตะตากรรมการ 1 คน น่ารักดี แต่เพื่อน ต. บอกว่า ใส่กางเกงต่ำไปหน่อย (ให้ดูหน้า แกดูอาไรเนี่ย -..-)
ทุก คนในกรุ๊ปก็เลยนั่งดูชาวบ้านเค้าเล่นกันไป...กระดกเบียร์ไป เมคเฟรนด์กันเนียน - -*
เบียร์หมดกันแล้วก็ไปพายเรือกันต่อ กว่าจะถึงปลายทางก็เกือบๆ 6 โมงแล้ว....เล่นเอา 3 หน่อหมดแรง -..- มีเพื่อน ต. คนเดียวที่เพิ่งสร่างไข้ยังคึกไม่เลิก เลยหันไปชวนสมาชิกทัวร์ทุกคนไปดินเนอร์ด้วยกัน -..-* หลังจากนัดแนะเวลากันเรียบร้อยก็แยกย้ายไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด
นัดกันหน้าบริษัททัวร์ พอครบองก็เดินไปหาร้านอาหารนั่งกัน ส่วนใหญ่ทุกร้านจะเป็นฟิวชั่นฟู๊ดหมด คือ มีอาหารทุกเชื้อชาติ แต่พวกเราเห็นว่า ไหนๆก็มาลาวกันแล้ว...เลยชวนให้สั่งอาหารลาวมากินกัน เค้าก็โอเคๆ....แต่พอสั่งมาแล้ว.......
หนุ่มสวีเดนกิน เผ็ดไม่ได้เลย....แม้แต่นิดเดียว -..- (น่าสงสาร)
ส่วน 2 สาวเกาหลีไม่กินทุกอย่างที่มีผักชีกับต้นหอมอยุ่ในจาน (เค้าบอกว่ามันเหม็น -..-*)
มีหนุ่มเยอรมันนี่แหละ ดีหน่อย ฟาดได้ทุกอย่าง -0-*
สรุป มื้อนี้เลยเหมือนหลอกเพื่อนบ้านมาแชร์ค่ากับข้าวยังไงยังงั้นเลย 555+ (เลว)
กินกันเสร็จก็แลกนามบัตรกันเรียบร้อย....แยกย้าย กันกลับที่พักไป เหนื่อยมาก หมดแรงสุดๆ -..-
หัวถึงหมอน หลับเป็นตาย......พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าเตรียมตัว........กลับบ้าน ~~~!
5 ม.ค. 2552
วันนี้สั้นหน่อย เพราะเวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการเดินทางซะมากกว่า...
ต้อง ตื่นตั้งกะตี 5 มาอาบน้ำ เก็บข้าวของ Check out ออกจากที่พักเพราะต้องไปขึ้นรถให้ทันรอบ 6 โมง.....
กว่าจะถึงเวียงจันท์ก็เกือบบ่าย ลงจากรถแล้วก็ต้องหาแท๊กซี่ไปลงที่จุดผ่านแดนเข้าไทยต่อ ...
ระหว่างที่รอตรวจพาสปอตก็เหลือบไปเห็นวัตถุประหลาด ที่ไม่น่าจะมีในลาวได้ (ขนาดนั้น - -*) มันก็คือ......................


GOD!!! Lamborghini ทะเบียนลาววว!!? ใครบอกว่าเศรษฐกิจเค้าแย่เนี่ยยยย ไม่จริ๊งงง มานรวยกว่าพวกช้านอีกกกกกกกกก ดูรถมานเส่ะะะะะ -..-
อ่ะ ไฟลุกท่วมดวงตา....เรียบร้อยผ่านมาก็ขึ้นรถไปลงสนามบินอุดรฯต่อ ระหว่างทางขอเค้าแวะซัดแหนมเนืองที่ร้านดังประจำจังหวัดซะหน่อย.....แต่หลัง จากลองแล้ว ทุกคนลงความเห็นว่า "ที่ลาวอร่อยกว่าอีก - -"
มาถึงสนามบินก่อนเวลาเล็กน้อย...รอซักพักก็ขึ้น เครื่องกับมากรุงเทพฯ มาถึงที่สุวรรณภูมิตอนค่ำๆโดยสวัสดิภาพพพพ.... เย้!
-Fin-
ปล. จบแล้วงับ...ยาวซะ - - เป็นทริปที่ได้ประสบการณ์เด็ดๆเพียบเลย สมาชิกในแก๊งเลยขนานนามให้ทริปนี้ว่า "ทริปฮานามิ" - -














แต่น้ำสวย ฟ้าสวย ป่าสวย น่าเที่ยวจริง ๆ
#1 By กระรอกโฉด on 2009-01-31 10:52